บทนำ
“ลงไปนะ ออกไปเลย”
“กล้าไล่พี่หรือซันนี่”
“ทำไมจะไม่กล้าล่ะคะ ในเมื่อพี่บรูซก็ไม่คิดจะทำอะไรซันนี่เหมือนกับที่สามีคนอื่นๆ เขาทำอยู่แล้ว จะมานอนใกล้กันทำไม ซันนี่อยากนอนคนเดียว”
หล่อนกระชากแขนของเขา พยายามดึงสุดแรง แต่แล้วก็เสียหลักถลาลงไปทับคนตัวโตที่นอนอยู่บนเตียงพอดิบพอดี หล่อนพยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่เขาไม่ปล่อย แถมยังพลิกให้ร่างของหล่อนลงไปอยู่ด้านล่างติดกับที่นอนอีกต่างหาก
“พี่บรูซ... ปล่อยซันนี่นะ”
“ไม่ปล่อย ดื้อนักนี่”
“คนบ้า อย่ามาทับแบบนี้นะ ซันนี่หายใจไม่ออก ปล่อยนะพี่บรูซ”
“ดีตายไปเลย จะได้เลิกคิดอยากมีผัวสักที สอนไม่รู้จักจำบอกว่าให้รอถึงยี่สิบก่อน ยังจะไม่รออีก อย่างนี้มันน่านัก”
คนตัวโตเค้นเสียงดุดันออกมารดใบหน้า มองอย่างเข่นเขี้ยว
บท 1
เสียงร้องไห้จ้าเพราะพึ่งถูกเพื่อนในวัยเดียวกันแย่งมงกุฎดอกไม้ไปดังลั่นทั่วทั้งทุ่งดอกซินเนีย หยาดน้ำตาใสๆ เปื้อนเปรอะดวงหน้ารูปไข่ขาวสะอาด ดวงตากลมโตดำขลับที่อยู่ภายในกรอบแพขนตาหนางอนเต็มไปด้วยความเสียใจ เด็กสาวในชุดกระโปรงบานผ้าลายดอกไม้วินเทจสีส้มวิ่งไล่ตามร่างของเด็กผู้ชายที่แย่งมงกุฎดอกไม้ไปอย่างเอาเป็นเอาตาย
“เอามงกุฎของซันนี่คืนมานะ เอาคืนมา...”
“ไม่คืน จะทำไมยายซันนี่ขี้แย มงกุฎดอกไม้เหี่ยวๆ แบบนี้จะเอาไปทำไม”
“เอาคืนมานะ ไม่อยากนั้นซันนี่จะฟ้องพ่อ เอาคืนมา”
เด็กหญิงวิ่งตามไปทั่วทั้งทุ่งดอกซินเนียแต่มงกุฎดอกไม้ที่บิดาเป็นคนทำให้เมื่อเดือนก่อนครั้งที่ครอบครัวเดินทางไปเที่ยวเมืองไทยก็ดูจะหลุดลอยไปไกลแสนไกล เพราะร่างของเด็กผู้ชายคนนั้นวิ่งหายลับตาไปเสียแล้ว
“เอาคืนมานะ เอามงกุฎของซันนี่คืนมา...”
ทานตะวันในวัยเพียงแค่ 5 ขวบวิ่งตามไปจนสะดุดกับกิ่งไม้หกล้มลงกับพื้น และเมื่อทำอะไรไม่ได้อีกเด็กหญิงจึงนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ แต่แล้วจู่ๆ ก็มีมือหนาของใครคนหนึ่งยื่นมาตรงหน้า เด็กหญิงเงยดวงหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาขึ้นมอง รอยยิ้มจากริมฝีปากสวยจัดคู่นั้นช่างอ่อนโยนเหลือเกิน ดวงตาสีน้ำเงินเข้มก็เต็มไปด้วยความเอ็นดูแกมขบขัน
“พี่ชาย...”
“เรียกว่าพี่บรูซก็ได้ มาส่งมือมาให้พี่”
เด็กหญิงมองเด็กหนุ่มตรงหน้านิ่ง เพียงแค่รอยยิ้มน้อยๆ ของเขาก็ทำให้หล่อนรู้สึกไว้วางใจได้อย่างน่าอัศจรรย์ มือเล็กๆ ขาวสะอาดยกขึ้นก่อนจะวางลงในอุ้งมือที่ใหญ่กว่า เขาอมยิ้มดึงหล่อนให้ลุกขึ้นยืน ไออุ่นจากฝ่ามือสีแทนทำให้หล่อนรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาได้อย่างประหลาด หล่อนเงยหน้าขึ้นมองเขา และระบายยิ้มไร้เดียงสา
“พี่บรูซ...”
“ใช่ พี่บรูซ...”
“พี่บรูซ...”
บรูซ คาร์ตันในวัย 17 ปียิ้มกว้างให้กับเด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้า ครอบครัวของเขากับครอบครัวของทานตะวันสนิทสนมกันมาก และการเดินทางมาพักผ่อนในครั้งนี้ก็เป็นการเดินทางมาพร้อมกันทั้งสองครอบครัวอีกครั้งในรอบสองปีที่ผ่านมา
“กลับไปหาคุณอากันเถอะ ป่านนี้เป็นห่วงแย่แล้ว”
“แต่ว่า...”
ท่าทางอิดออดของเด็กหญิงตัวน้อยทำให้บรูซต้องเลิกคิ้วสูง พร้อมกับย่อเข่าลงมาแตะพื้นเพื่อที่จะได้สบประสานสายตากับนัยน์ตากลมโตไร้เดียงสาของทานตะวันได้ถนัด
“แต่ว่าอะไรครับ”
มือเล็กยกขึ้นแตะที่ศีรษะด้านบนของตนเอง และเริ่มผลิตหยาดน้ำตาออกมาอีกครั้ง บรูซเห็นแล้วก็พอจะเดาออก
“มงกุฎดอกไม้ใช่ไหมครับ”
“ค่ะ พี่บรูซ... เด็กพวกนั้นแย่งของซันนี่ไป”
เด็กหญิงฟ้องเสียงเครือ นัยน์ตากลมโตแดงก่ำ
บรูซอมยิ้ม พลางช้อนดวงหน้าเล็กด้วยอุ้งมือข้างหนึ่ง
“พี่จะทำให้ใหม่ รับรองสวยกว่าอันเดิมอีก ดีไหมครับ”
“จริงเหรอคะพี่บรูซ...”
เด็กน้อยอุทานตาโต ท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ
“จริงสิครับ”
ว่าแล้วบรูซที่คุกเข่ากับพื้นหญ้าอยู่ก็ทิ้งกายนั่งลงขัดสมาธิกับพื้น ทานตะวันนั่งตาม และนั่งมองคู่สนทนาที่กำลังจับเถาวัลย์ข้างกายมาถักเป็นมงกุฎดอกไม้ให้อย่างใจจดจ่อ
“เห็นไหม สวยด้วย อีกประเดี๋ยวก็จะเสร็จแล้วครับ”
บรูซถักเถาวัลย์ไปมาแซมด้วยดอกไม้แถวๆ นั้นจนในที่สุดมงกุฎดอกไม้ที่ประหลาดที่สุดในโลกก็สำเร็จ
“เสร็จแล้ว... สวยไหมครับ”
“สวยค่ะ”
ด้วยความที่ยังเล็กนัก พอได้มงกุฎดอกไม้ใหม่เด็กหญิงก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ แก้มยุ้ยๆ ฉีกยิ้มกว้างจนแทบปริ นัยน์ตาไร้เดียงสาระยิบระยับ
“ถ้าสวย... งั้นก็ก้มหัวให้พี่สิ พี่จะสวมมงกุฎให้ครับ”
เด็กน้อยลุกขึ้นยืน และก้มศีรษะให้ ไม่ช้ามงกุฎจากมือหนาของบรูซ คาร์ตันก็ถูกสวมลงบนศีรษะเล็กของทานตะวัน
“ต่อไป... มงกุฎดอกไม้อันนี้จะเป็นเหมือนองครักษ์พิทักษ์องค์หญิงนะพ่ะย่ะค่ะ หากมีภัยร้ายแค่ร้องตะโกนเรียกชื่อกระหม่อม... กระหม่อมก็จะรีบมาทันที”
“ขอบคุณพี่บรูซมากค่ะ”
ด้วยความน่ารักน่าชังของเด็กหญิงวัยเพียง 5 ขวบทำให้บรูซอดที่จะหอมแก้มยุ้ยๆ ของทานตะวันไม่ได้ จากนั้นก็สวมกอดเอาไว้
“หากดอกไม้เหี่ยวแล้ว บอกพี่นะ พี่จะทำให้ใหม่”
“ค่ะ พี่บรูซ”
ทานตะวันยิ้มหวาน มือยังคงยกขึ้นลูบคลำมงกุฎดอกไม้อันใหม่ที่อยู่บนศีรษะของตนเองตลอดเวลา บรูซเห็นแล้วก็อดภูมิใจไม่ได้
“งั้นเรากลับที่พักกันเถอะ คุณอาคงรอแล้ว”
“ค่ะ พี่บรูซ”
“งั้นพี่อุ้มซันนี่ไปนะครับ”
เด็กหญิงอมยิ้มพยักหน้ารับ พลางกอดคอของผู้ชายที่ชื่อบรูซ คาร์ตันเอาไว้แน่น และสายใยแห่งความรักก็ถูกถักทอขึ้นอย่างแน่นหนาตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
บทล่าสุด
#76 บทที่ 76 ตอนอวสาน
อัปเดตล่าสุด: 12/9/2025#75 บทที่ 75 ตอนที่ 75
อัปเดตล่าสุด: 12/9/2025#74 บทที่ 74 ตอนที่ 74
อัปเดตล่าสุด: 12/9/2025#73 บทที่ 73 ตอนที่ 73
อัปเดตล่าสุด: 12/9/2025#72 บทที่ 72 ตอนที่ 72
อัปเดตล่าสุด: 12/9/2025#71 บทที่ 71 ตอนที่ 71
อัปเดตล่าสุด: 12/9/2025#70 บทที่ 70 ตอนที่ 70
อัปเดตล่าสุด: 12/9/2025#69 บทที่ 69 ตอนที่ 69
อัปเดตล่าสุด: 12/9/2025#68 บทที่ 68 ตอนที่ 68
อัปเดตล่าสุด: 12/9/2025#67 บทที่ 67 ตอนที่ 67
อัปเดตล่าสุด: 12/9/2025
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













